ปัจจุบันมีคนพูดถึงทิปและเทคนิคมากมายในการจ้างคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน และ/หรือวัฒนธรรมขององค์กร แต่มีน้อยคนที่จะพูดถึงการจ้างคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากคน ที่เป็นหัวหน้าเข้ามาทำงาน
ใช่แล้วครับ! ผมเขียนเกริ่นนำไม่ผิด และคุณเองก็อ่านไม่ผิดด้วยเช่นกัน จริงๆ แล้ว การที่ องค์กรหรือหน่วยงานจะทำงานออกมาได้ดีนั้น จำเป็นต้องมีแนวความคิดหลากหลายที่ผสมผสาน กันออกมาเป็นแนวความคิดที่ดีที่สุด ถ้าคนที่มีแนวความคิดเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันอยู่ด้วยกัน ก็จะมีไอเดียในการทำงานที่คล้ายๆ กัน ทำงานเข้าขากัน เออออไปด้วยกันได้ดี แต่ไอเดียที่ได้เป็น สิ่งที่ดีที่สุดหรือยัง นี่ยังเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก
ผู้นำที่ฉลาดจะรู้ว่าตนเองมีข้อด้อยอะไรที่ต้องพัฒนา เขาจะรับคนที่มีความคิดเห็นที่ แตกต่างจากตนเองมาทำงาน ทั้งนี้เพื่อนำความสามารถในด้านที่เขาขาดมาเสริมสร้างศักยภาพ ของทีม แต่สิ่งสำคัญในการที่จะทำเช่นนี้ได้ คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ลูกทีมกล้าที่จะออกมา แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากหัวหน้าออกมา เพราะไม่เช่นนั้นการจ้างคนในลักษณะนี้มา ก็จะ ไม่มีประโยชน์อะไรถ้าสิ่งแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยให้แสดงความคิดเห็น
แต่ก่อนที่คุณ ในฐานะผู้นำ จะจ้างคนลักษณะนี้เข้ามาทำงาน คุณต้องมองหา 4 ปัจจัย ดังต่อไปนี้ควบคู่ไปกับคนที่จะจ้างด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า คุณกำลังจ้างคนมาดึงรั้ง ความก้าวหน้าในการทำงานของคุณมากกว่าที่จะมาช่วยสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ให้
ปัจจัยแรกที่ต้องมองหาคือเรื่องของทัศนคติ กล่าวคือต้องมีทัศนคติที่พร้อมและเต็มใจที่จะ ทำอะไรก็ได้เพื่อทีม เพราะทีมทุกทีมต้องการคนที่พร้อมจะยืนขึ้นและบอกกล่าวไอเดียของตนเอง ออกมาให้คนอื่นได้เห็น นอกจากนี้ยังต้องเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่ง ที่หลายๆ คนรู้ว่าเป็นอย่างไร แต่อย่าลืมว่าการรู้ว่าคืออะไรเพียงอย่างเดียวจะไม่มีประโยชน์อันใด เลย ถ้าเขาไม่ทำออกมาให้เห็นด้วย
ปัจจัยที่สองเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ สำหรับการจ้างคนลักษณะนี้การแสดงความ ไม่เห็นด้วยเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เขาต้องมีความคิดเห็นหรือไอเดียอื่นๆ มาแสดงให้เห็น ด้วย ผู้นำทุกคนล้วนต้องการแนวความคิดที่แตกต่างออกไปซึ่งแน่นอนว่าความคิดเหล่านี้ต้องมี พื้นฐานของความเป็นจริงและเหตุผลควบคู่กันไปด้วย ไอเดียที่ดีที่จะมาแย้งกับผู้นำต้องมีการคิด อย่างถี่ถ้วน มีข้อมูลมาสนับสนุน และเป็นมุมมองที่ทำเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นของคนที่เกี่ยวข้องทุกคน
ปัจจัยที่สามคือมีความทะเยอทะยาน เมื่อผู้นำจะเอาคนที่กล้าหรืออย่างน้อยไม่กลัวที่จะ แสดงความไม่เห็นด้วยมาทำงานร่วมกัน สิ่งที่ผู้นำต้องค้นหาในตัวเขาเพิ่มเติมคือความ ทะเยอทะยานที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าหรือก้าวไปสู่ตำแหน่งงานที่สูงกว่าเดิมในองค์กร เพราะนั่น จะทำให้เขาพยายามแสดงออกเพื่อให้ผู้นำเห็นถึงศักยภาพของเขา นอกจากนี้แนวความคิดที่ ออกมานั้นก็จะออกมาในทางบวกเพื่อความก้าวหน้าขององค์กร
สำหรับปัจจัยที่สี่ ปัจจัยสุดท้ายคือ การวิเคราะห์ดูสิ่งที่เขาเคยทำมาก่อนหน้านี้ เพราะใน ความเป็นจริงเราคงไม่สามารถระบุลงในใบประกาศรับสมัครงานได้ว่า ‘ต้องการคนที่สามารถแสดง ความไม่เห็นด้วยกับผู้นำได้’ ดังนั้นสิ่งที่ผู้นำต้องมองหาในประวัติการทำงานของเขาคือ ผลงาน หรือโครงงานที่เขาทำและสำเร็จออกมาได้ดี ทั้งๆ ที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นตามที่คาดหวังไว้ ยกตัวอย่าง เช่น ความสำเร็จของงานทั้งที่มีคู่แข่งหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย หรือในการทำงานที่มีทรัพยากร จำนวนน้อยลงกว่าที่เคยวางแผนไว้เดิม หรือมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรที่มีผลกระทบกับ โครงงานที่เขาทำ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีความสามารถในการคิดและหาทางออกได้ด้วย ตนเอง
ถ้าคุณต้องการที่จะจ้างคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณต้องมองดูให้ดีว่า คนที่จ้างมานั้นแสดง การไม่เห็นกับไอเดียของคุณ หรือแสดงการไม่เห็นด้วยกับตัวคุณ ถ้าเขาแสดงความไม่เห็นด้วยกับ ไอเดียของคุณ นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเขาแสดงอาการไม่เห็นด้วยกับตัวคุณแล้วล่ะก็ นั่นอาจเป็นนิมิต หมายที่ไม่ดีสำหรับทีมของคุณ เพราะคนเหล่านี้จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ความทะเยอทะยาน ของตนเองไปให้ถึงเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงคุณหรือทีมงาน คนลักษณะนี้จะสร้างปัญหามากกว่า สร้างคุณภาพในการทำงาน
อย่างไรก็ดี แม้การส่งเสริมให้ผู้อื่นกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นหน้าที่หนึ่งของ ผู้นำ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือ ผู้นำยังคงต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจฟันธงในการตัดสินใจเรื่อง ต่างๆ อยู่ดี เพราะความคิดเห็นที่แตกต่างจะช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ดีขึ้นได้เท่านั้น แต่สุดท้าย ผู้นำนั้นแหละที่ต้องตัดสินผู้ตัดสินใจอยู่ดี
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด-สลิงชอท จำกัด
