พัฒนาศักยภาพผู้นำด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ (1)

หลายคนมองว่า ความก้าวหน้าในอาชีพการงานคือ การเปลี่ยนงาน เพราะการเปลี่ยนงาน หมายถึงประสบการณ์ใหม่ๆและรายได้ที่มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อะไรที่ สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และยิ่งสำหรับคนที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงด้วยแล้ว คงไม่มีใครสามารถ เปลี่ยนงานได้ทุกๆ ปี

ดังนั้นประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ ถ้าเราไม่เป็นฝ่ายเข้าไปหา ผมมีคำแนะนำ 4 ข้อเพื่อการหาประสบการณ์ใหม่สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเอง

1. ทำงานที่ไม่เคยทำมาก่อน ยกตัวอย่างของเอกที่ทำงานให้กับฝ่ายวิจัย ในขณะที่อาร์ตทำงานให้กับฝ่ายการตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นคือทั้งสองคนรู้สึกว่างานของตนเองนั้นซ้ำซากจำเจ หลังจากปรึกษากันจึงตกลงที่จะ สลับงานกันในส่วนที่เป็นโปรเจ็ท แน่นอนว่า ต่างฝ่ายต่างต้องไปคุยกับหัวหน้าของตนเองเพื่อขอ อนุญาตในการสลับงานดังกล่าว ซึ่งผลที่ออกคือ ต่างคนต่างได้ประสบการณ์และทักษะใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ได้มุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับองค์กรและอุตสาหกรรมที่องค์กรทำอยู่ นั่นเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราสามารถทำได้ ยังมีวิธีการอื่นๆ ที่เราจะสามารถหาประสบการณ์ ในลักษณะนี้ได้อีกเช่น

- รับงานบางส่วนของเพื่อนร่วมงานที่ลาหยุดมาทำ

- เป็นตัวแทนของกลุ่มในการทำงานที่คุณไม่เคยทำมาก่อน เช่น ถ้าคุณทำงานอยู่ใน หน่วยงานธุรการ อาจจะลองหาโอกาสในการทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาด หรือ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลดูบ้าง

- อาสาทำงานที่คุณไม่เคยทำให้กับองค์กร เช่น การอาสาทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่ม ผลผลิต เช่น QC หรือ 5 ส ซึ่งปกติเป็นงานที่หาคนอยากทำยาก หรือการอาสาสมัคร ออกไปทำงานให้กับสาธารณะนอกองค์กร เป็นต้น

2. เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง การเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหา และการโน้มน้าวผู้คนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อคุณเข้ามาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการคิดอย่างมีกลยุทธ์จะเพิ่มขึ้น และขอบเขตของงานที่สามารถทำได้อย่าง สบายๆ ก็จะกว้างขึ้น (Expand your comfort zone) ยกตัวอย่างของจรูญ เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พนักงานกลุ่มหนึ่งที่ต้องติดต่องานกับเจ้าหน้าที่ของคู่ค้าเจ้าหนึ่ง มักมีปัญหากระทบกระทั่ง กันตลอดเวลา จนฝ่ายคู่ค้าจะเลิกส่งของให้กับองค์กรของจรูญ จรูญอาสาเข้าไปเป็นตัวกลาง ในการไกลเกลี่ยและแก้ปัญหานี้ เขาต้องเข้าไปดูว่า ปัญหาเกิดจากอะไรและจะทำอย่างไร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่สิ่งที่ท้าทายจรูญมากที่สุดคือ การทำให้พนักงานของทั้งสองฝ่าย ยอมทำงานร่วมกันอีก

การเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะกับเรื่องทัศนคตินี้ เป็นอะไรที่ท้าทาย สำหรับผู้นำทุกคน จรูญรับที่จะทำมัน เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำ team building และอื่นๆ อีกมากมาย จนเมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดี จรูญได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าที่ดูแล ทีมงานเหล่านี้เพิ่มเติม ถือว่ายิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว

ถ้าคุณต้องการสร้างประสบการณ์ในการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง คุณสามารถทำได้ หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปแก้ปัญหาอย่างจรูญ อาสาที่จะช่วยแก้ปัญหาความสัมพันธ์กับ ลูกค้า หรือเข้าไปรับโปรเจ็ทที่กำลังมีปัญหา นอกจากนี้ยังมีวิธีการอื่นๆ อีกเช่น

- เข้าไปเป็นทีมงานที่ทำอะไรใหม่ๆให้กับองค์กร เช่นการมีส่วนร่วมในการวางระบบใหม่ๆ หรือการช่วยขยายตลาดไปยังพื้นที่ๆ องค์กรยังไปไม่ถึง เป็นต้น

- เข้าไปมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่คนไม่ยอมเปลี่ยน เช่นการเข้าไป ดูว่าเหตุใดพนักงานจึงไม่ยอมสแกนนิ้วมือเวลาเข้า-ออกงาน เป็นต้น

3. รับงานที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูง งานที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงในที่นี้หมายถึง งานที่มีความกดดันสูง ไม่ว่าจะเป็น ความกดดันจากกำหนดเวลาที่ตายตัว ความกดดันจากงบประมาณ หรือความกดดันจากคนรอบๆ ข้าง ซึ่งงานเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ผมมีโอกาสคุยกับคุณหญิงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอเหล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาส ทำงานที่ความกดดันด้านเวลาสูงนั้น เมื่อจบงาน สิ่งที่เธอได้คือ เธอได้เรียนรู้ที่จะหาแนวทางใน การทำงานให้เร็วขึ้น เรียนรู้ที่จะตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและว่องไว เรียนรู้ที่จะใช้เจ้านายในการ สนับสนุนงานของเธอ และนั่นก็ทำให้เธอได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่า เจ้านายเป็นเหมือนเพื่อนที่คอยช่วย สนับสนุนให้เธอทำงานได้สำเร็จ

แน่นอนว่า สำหรับทุกองค์กรแล้ว งานในลักษณะนี้มีเยอะมาก ถ้าคุณเปิดใจและกล้าที่ จะลองทำสิ่งเหล่านี้ดู คุณจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายจากการทำงานที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูง ผ่านไปสามข้อ ข้อที่สี่ผมขอยกไว้เป็นฉบับหน้า ซึ่งจะมีเรื่องเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนา ศักยภาพด้วยประสบการณ์ใหม่ๆ ให้สำเร็จเพิ่มเติมเข้ามาด้วย

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด-สลิงชอท จำกัด