ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมีคนถามและเขียนอีเมลเข้ามาหามากมายเกี่ยวกับวิธีการแจ้งข่าว ร้ายภายในองค์กรเพื่อให้พนักงานได้รับทราบและไม่ตกใจจนเกินไป ซึ่งข่าวร้ายมีตั้งแต่ผลกระทบ ที่องค์กรได้รับจากสภาวะเศรษฐกิจ จนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเอง
พูดจริงๆในช่วงชีวิตของคนแต่ละคน ล้วนผ่านการได้ยินข่าวร้ายมาแล้วทั้งสิ้น และยิ่งใน ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามีข่าวร้ายมากมายเกิดขึ้นรอบๆตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ภาวะถดถ้อยของตลาดหุ้น การขึ้นลงของดอกเบี้ย น้ำมัน และทองคำ หรือแม้แต่เรื่องของการก่อการร้าย ซึ่งแนวทางการแจ้งข่าวเหล่านี้ เราสามารถเห็นได้จากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ท ดังนั้นเราจึงสามารถเก็บเกี่ยวความรู้จากแนวทางการ แจ้งข่าวร้านที่เราได้ยินและเห็นกันเป็นประจำ มาปรับใช้ในองค์กร
อย่างไรก็ดี ผมได้ทำการสรุปแนวทางเหล่านั้น และได้สิ่งที่ควรทำมาสี่ข้อ ซึ่งสี่ข้อนี้เป็นแนว ทางที่อยากแนะนำให้กับคนที่เป็นผู้นำที่ต้องทำหน้าที่ในการแจ้งข่าวร้ายให้คนภายในองค์กรได้รับ ทราบ ได้ลองนำไปใช้ดู
โดยแนวทางในการแจ้งข่าวร้ายอย่างแรกคือ การบอกเล่าเรื่องราวตามความเป็นจริง หลายๆ ครั้งที่ผู้บริหารหลายคน พยายามที่จะเคลือบข่าวร้ายด้วยคำพูดที่สวยหรู และหนึ่งในสอง เหตุผลในการที่ผู้บริหารทำเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการที่จะสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นภายในหมู่ พนักงาน หรือสองผู้บริหารไม่คิดว่าพนักงานจะสามารถรับมือกับข่าวร้ายพวกนี้ได้ ซึ่งเหตุผลทั้งสองนี้เกิดมาจากผู้บริหารมีความคิดว่า ตนเองเปรียบเสมือนผู้ดูแลหรือ ผู้ปกครองของพนักงานในองค์กร และมองว่าพนักงานเปรียบเสมือนลูกๆ หรือเด็กๆ ที่ต้องการ การปกป้องและคุ้มครองจากผู้ดูแล แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวลาที่มีข่าวร้ายเกิดขึ้น องค์กร ต้องการความร่วมมือจากพนักงานในการฝ่าฟันให้พ้นจากสถานการณ์ข่าวร้ายเหล่านี้ การไม่บอก ตามความเป็นจริง จะทำให้พนักงานไม่สามารถให้ความร่วมมือได้อย่างเต็มที่ และนอกจาก นี้แนวทางการแก้ไข อาจจะจำกัดอยู่ที่ความคิดของผู้บริหารเท่านั้น ซึ่งในบางครั้ง พนักงานอาจ จะมีความคิดที่ดีกว่าก็เป็นได้
นอกจากการบอกตามความเป็นจริงแล้ว ผู้บริหารควรบอกที่มาที่ไปและ/หรือเหตุผลที่อยู่ เบื้องหลังข่าวร้ายเหล่านั้น เพราะเหตุผลและ/หรือที่มาที่ไป จะช่วยในการกำจัดข่าวลือที่ไม่พึง ประสงค์ได้ รวมทั้งพนักงานเองก็จะมีความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องต่อองค์กร ยกตัวอย่างเช่น การควบรวมกิจการ ถ้าผู้บริหารออกมาแจ้งข่าวแค่ว่าจะมีการควบรวมกิจการ พนักงานหลายๆคนก็จะพากันกลัวเกี่ยวกับความมั่นคงในหน้าที่การงานของตนเอง แม้ในความเป็นจริง จุดประสงค์ของการควบรวมกิจการนี้ทำเพื่อขยายองค์กรและสร้างความมั่นคงทางการเงินเท่านั้น
ต่อมาคือการพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน ถ้าองค์กรไม่ได้คิดจะปิดกิจการลง สิ่งที่คุณ ต้องการคือความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานในการทำงานให้ดีที่สุด ระบุให้ชัดเจนว่าพนักงาน ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร บางคนอาจจะต้องทำงานเหมือนเดิม ในขณะที่บางคนอาจจะได้รับการ มอบหมายงานใหม่หรืองานเพิ่มให้ทำ ไม่ว่าอย่างไรผู้บริหารก็ควรจะบอกความคาดหวังที่มีต่อ พนักงานให้ชัดเจน และถ้าเป็นไปได้ ลองเชิญชวนพนักงานให้มีส่วนร่วมในการคิดหาไอเดียใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ไม่แน่คุณอาจจะได้คำตอบที่ดีที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้
สุดท้ายคือการกระตุ้นผู้อื่นให้มามีส่วนร่วมกับคุณ จงคิดเสมอว่าไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับ การตัดสินใจหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาของคุณ กระตุ้นให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมและเสนอ แนวความคิดที่ดีกว่า หรือไม่เช่นนั้นก็ดึงความร่วมมือจากพวกเขาให้ได้มากที่สุด เพราะเวลา แห่งการโต้แย้งนั้น เรามีไม่มากนัก แต่เวลาแห่งการร่วมมือกันจำเป็นต้องมีให้ยาวนานที่สุด ด้วยสภาวะที่โลกกำลังเข้าสู่การเป็นโลกาภิวัตน์ มีเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีเศรษฐกิจที่ไร้พรมแดน องค์กรจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกคน และ หนึ่งในวิธีที่จะสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งได้คือการพูดความจริง ไม่ว่าจะเป็นข่าวดี หรือข่าวร้ายก็ตาม
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด-สลิงชอท จำกัด
